สุภาษิตเมืองเหนือ

posted on 04 Sep 2009 14:28 by snow-48

" ของกิ๋นลำอยู่ตี้คนมัก ของฮักอยู่ตี้คนเปิงใจ๋ "

ศัพท์ ลำ หมายถึง อร่อย, มัก หมายถึง ชอบ พอใจ, เปิงใจ๋ หมายถึง ถูกใจ

อาหารจะอร่อยอยู่ที่คนชอบ ผู้หญิง-ผู้ชายจะรักชอบใครขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ไม่สามารถที่จะบังคับกันได้



" ขาหน้าบ่เต้าขาหลัง "

ศัพท์ บ่เต้า หมายถึง ไม่เท่า

ขาหน้าไม่เท่าขาหลัง" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง บุคคลที่แม้จะไปหลงระเริงอยู่กับสิ่งใหม่ โดยทิ้งลูกเมียหรือ ลืมบ้านเกิดอันเป็น ภูมิลำเนาเดิมของตนไว้เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามก็ยังห่วงหาอาวรณ์ลูกเมีย ญาติพี่น้อยอยู่เสมอ

 

 



" ขี้เหมี้ยงเกิดกับเหล็ก "

ศัพท์ ขี้เหมี้ยง หมายถึง สนิม

"สนิมมักจะกิดขึ้นกับเหล็ก" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึงสิ่งที่เกิดมาคู่กัน ย่อมหนีกันไม่พ้น เปรียบเช่นเดียวกับชายหนุ่มและหญิงสาวเป็นของคู่กัน



" ได้ผ้าต๊วบใกล้แจ้ง "

ศัพท์ ผ้าต๊วบ หมายถึง ผ้าห่ม ใกล้แจ้ง หมายถึง เกือบสว่าง

ได้ผ้าห่มเมื่อเกือบสว่าง" เป็นสุภาษิตที่ใช้เปรียบเทียบกับชายชรา แต่ยังหาคู่ครองไม่ได้ ต่อมาจึงพบหญิงที่ถูกใจเมื่อยามที่มีอายุมากแล้ว หรือเปรียบได้กับการทำงานที่จวนจะแล้วเสร็จ แต่พึ่งจะได้เครื่องมือที่ดีมาใช้ ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "พบไม้งามยามเมื่อขวานบิ่น



" ฝนจะตกจะไปเจื้อใจ๋ดาว มีลูกสาวจะไปเจื้อใจ๋มัน "

ฝนจะตกจะไปเชื่อใจดาว มีลูกสาวอย่าไปเชื่อใจมัน" ท้องฟ้าที่โล่งโปร่งเห็นดาว อย่าเพิ่งคิดว่าฝนจะไม่ตกลงมา คนมีลูกสาวอย่าไปคิดว่าเป็นคนดีเพราะเราไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา ลับหลังอาจจะประพฤติอีกอย่างหนึ่ง เป็นสุภาษิตสอนคนให้มีสติ และใช้ปัญญาคิดให้รอบคอบ ไม่ควรตัดสินใจเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยยังไม่ได้ไตร่ตรอง



" เยียะไฮ่ไกล๋ต๋า เยียะนาไกล๋บ้าน "

การทำไร่ไกลตา การทำนาไกลบ้าน" ย่อมยากแก่การดูแลรักษา มักถูกรบกวนจากศัตรูพืชและมนุษย์อยู่เสมอ เป็นสุภาษิตสอนคนเกี่ยวกับเรื่องของความรัก ความรักมักแพ้ความใกล้ชิด ความห่างไกลมักทำให้เกิดความห่างเหินจนทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนใจได้



" อย่าอวดสูงกว่าป้อแม่ อย่าอวดแก่กว่าอาจารย์ "

อย่าคิดว่าตนเองสูงส่ง หรือฉลาดกว่าพ่อแม่ อย่าคิดว่าตนเองเก่ง ฉลาดกว่าครูอาจารย์" เป็นสุภาษิตสอนคนให้มีความเคารพ นับถือบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดามารดา และครูอาจารย์ เพราะท่านเหล่านั้นเป็นผู้มีพระคุณและมีประสบการณ์มากกว่าเรา

 กิ๋นขี้เขียง : คนดุ โมโหร้าย


นำใจ๋คนเมือง บ่ เถียง บ่ ด่า นำใจ๋คนป่าบ่ด่า บ่ เถียง : มารยาทในการต้อนรับแขก 


กินข้าวกับเกลือลำเหลือจิ้นปิ้ง นำพริกปล๋าทู บ่ ลำเหมือนจิ้น : ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง 


กำอู้เหมือนผีสอนตี่นอนเหมือนมุ้งกระต่าย : คนที่มักชอบพูดแต่ไม่ชอบทำ 


กำขี้ดีกว่ากำตด : อย่าโลภมาก


ข้ามโข๋บ่าโป้นฟั้งห่ม : ตัวเองทำอะไรยังไม่สำเร็จอย่าพึ่งว่าให้คนอื่น


หนังแห้งบ่าเกยปอง : คนไม่เคยมีเงินแล้วพอมีเงินแล้วทำเป็นหยิ่ง 


สื้อบ้านแถมจาน : แต่งงานกับคนที่มีลูกติด


กำอู้คนหลกวจั้งสับปะหลี้มาจ๋ากำดีลอกลิ้น กำอู้อ้ายหวานเหมือนน้ำต๋าลน้ำมิ้น จ่างสับปะหลี้ปายลูน : คนลอกแลกคนหัวสูง


ปี่ฮู้สอง น้องฮู้หนึ่ง : คนโตย่อยรู้กว่าคนที่มีอายุน้อยกว่า  


กิ๋นบ่จ่างก็เป็นหนี้ ขี้บ่จ่างก็เป็นตุกข์ : ไม่รู้จักประมาณ


หล๊วกบ่มีไผเต่าง่าวบ่มีไผเปียง : อวดรู้


ฮักเน้อล่ะอ่อนง้าว : รักน๊ะเด็กโง่  


ตกต่าเป้นดีไข้หัว ตกต่าตัวดีไข้ไห้ : ตอนที่คนอื่นเดือดร้อนไม่ช่วยเหลือกลับหัวเหราะ พอถึงทีตัวเองก็เลยไม่มีไครช่วย 


ขี้แห้งจับตาหมา : คนไม่สวย ยังได้คนหน้าตาดีมาเป็นคู่ คนไม่หล่อ ยังได้คนหน้าตาดีมาเป็นแฟน  


อ่อนไหนแตง แข็งไหนเว้น : ไม่ยุติธรรม ถ้าเจอคนที่ด้อยกว่า ก็จะค่อยแกล้งตลอด แต่ถ้าเจอคนที่สูงกว่า ก็ไม่กล้าที่จะร้ายเค้า 


เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง : กว่ารู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว 


ดักอย่างต้ากเข้าหีวอก : เงียบมาก ๆ ขนาดลิงยังไม่รู้ตัว 


ว่าเปิ้ลบผ่อตั้ว : ว่าแต่เขาไม่ดูตนเอง


จะไปตี๋กล๋องเอี่ยงฟ้า จะขี้ม้าเอี่ยงตะวัน : อย่าไปกระทำสิ่งใดแข่งกับคนที่มีฐานะดีกว่า ให้รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ เพราะการอยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นจะทำให้ทุกข์ยากยิ่งกว่าเดิม 


ปากหมา : ปากคล้ายหมา พูดแต่คำไม่สุภาพ ตบแมร่งเยย


รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี รักผัวให้กระถืบ - -'' : รักผัวก้อต้องทำร้ายกันบ้างน้า

 

อ้างอิงจาก:http://www.suthatsunday.com